วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
เส้นทาง
เส้นทางผู้เฝ้าฝัน อัศจรรย์แห่งธรรมมา
กรณ์นบพระศาสดา ตรัยภูมิเขตวิเศษดี
ผู้รอและเฝ้าฝัน ถามถึงวันสมสดศรี
นอมกราบพระภูมี ดลปฐพี สกาว สกล
ด้วยเดชพระสัมมา ดวงปัทมาสว่างล้น
เปิดแสงแห่งมวลชน ได้เติมฝันวันร่วมทาง
แสงองค์สุรีย์ส่อง นำคัลลองผู้ทวงถาม
ประทีปองค์ลงติดตาม ประชาเกศวิเศษมี
โลกกุตรธรรม สว่างล้ำ สุรีย์ ศรี
สนธิเวทย์ประภาวดี สดุดีผู้มีธรรม
ให้เหนือสูงสุดเขต ทั่วประเทศผูกสมาน
ถึงทักษิณฟ้าเบิกบาน ผู้สืบสานตระการเมือง
ชาวชนทั่วทุกถิ่น สมชีวินพรประทาน
ดลเกียรติวีระกานต์ ประทีปทองประสบธรรม
นักรบพระราชา พบดวงตา พาสมหวัง
ปรีย์เปรมเกษมดัง ดื่มด่ำธรรมดินแดนทอง
เสรีแห่งมวลชนผ่องเด่นดลได้ปรองดอง
ฤทธิรงค์พรพล ฉลอง วชิราเทพ มหาชน
รัตนมณีแก้ว สิริกิตแพร้วดั่งดาวสวรรค์
เสริมลงจงใจจันทร์ส่งแสงสวรรค์ให้สมปอง
เลิศล้นพ้นหมองมัว สว่างทั่วร้ายหายลับ
หมดร้ายทุกข์ไทยขจัด พร ณภัทร แดนธรรมไท
เทวาฟ้าประจักษ์ ให้สมศักดิ์ ยุติธรรมใส
ประเวศ ประสิทธิ์ให้ธรรมนูณได้ดั่งใจชน
ร่วมเดินสู่มวลมิตร ร่วมทางคิด.จิตประสงค์
นมัสการจุฬาองค์ ฤทัยจง สถานทอง
พรศิริสิรินทร ดลอมรกมลไสว
ปราญช์กล้าสมดังใจ ปัญญาใจดุจเพชรดาว
งามชมช่างสมศักดิ์เป็นที่รักสยามสมัย
อุบลรัตน์ไพลินให้สมดังใจอิสรากมล
วิญญาณ ผู้ องอาจอภิชาติเลิศวีรชน
มิถุนา พฤษา ผล ผู้ทุกข์ทนรอเบิกทาง
พานทองประชาแท้ พระเทพแปรลงเสกสาร
ประสานคิดดังปราการอนันต์ สมานเผด็จกรณ์
แลกธรรมแลกความคิดมีถูกผิดประดิษฐ์สอน
พร้อมเพรียงเผ่าทินกร มนุษยชาติไม่ขลาดกลัว
แลกธรรมแสนประเสิฐ นวพรเลิศทุกแห่งหน
รัฐสภาสง่างามตน สยามชนนาม ขจร
ร่วมรักมิตรทั่วหล้า ให้ส่องฟ้าประกายสมร
ผู้ยากพนมวอน สับสนถอนพรมั่นคง
เสริมสิ่งที่ถูกต้องให้เสียงก้องไม่ไหลหลง
ทุ่มเถียงสิ่งเที่ยงตรงไถ่ถามตรงสว่างตา
เทวามาเสริมก่อ ส่งทาบทอพระพุทธา
เมืองธรรมพระศาสดาสว่างได้ประชาดี
พรนรินทร์องค์พิณกล่าวยิ่งลักษณ์พราวรัศมี
แสงทองพรหมพรมีนาถนารีมีสัจจริง
เฉลิมชาตินามมั่นคงให้ไทยตรงคงทรงศีล
หลักธรรมจอมบดินทร์ สร้างชีวินให้ชาติไทย
...เพียงแสงหนึ่ง.....
แดนเด่น
แดนใดเด่นดั่งดวงดาว
ดงดอกเด่นดีดาดเดื่อน
ดลเดือนดาวด้วยเดชได้
ดินดวงแด ดารดาษเด่นดง
......อรรณควี.....
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
จักรแก้ว
จักรแก้วกังสดาลขานไข
จักรเพชรมวลประทีปดวงใจ
จักรทิพย์ดลในดวงปัญญา
จักรกลดกลายกลับลับลิ่ว
จักรทองท่องทิวทั่วหล้า
จักรขวัญอนันต์แพร้วพสุธา
จักรา ประเสริฐแล้วดวงฤดี
ดังจักรธรรมส่องสว่างกลางหทัย
ผองผไทไพร่ ทาสฉลาดยิ่ง
ผู้เป็นท้าว ชาวขวัญการุญจริง
ผู้ดีพริ้งเเพรพราวดุจดาวใจ
ผู้สละได้เลิศประเสริฐสุด
แสงประดุจรังรองผ่องฟ้าใส
ผู้นำแท้ดาวสกลพ้นเพศภัย
ดวงฤทัยให้สยามนามยืนยง
เพียงแสงหนึ่ง.....
.
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
สันติภาพ จักเกิด บรรเจิดพลัน
ศีลาวัตร ผ่องผุด พุทธบัญญัติ..........บิณฑบาตร เป็นกิจ นิจศีล
วันละมื้อ เสี่ยงตาย พอได้กิน..........อยู่ในถิ่น แดนก่อ ทรชน
ไม่หวังได้ ยศถา บรรดาศักดิ์...........ขอเป็นหลัก ใจไทยได้กุศล
... ดงระเบิด ดาษดื่น ทั้งปืนกล............หวังแค่ตน พ้นตาย ไปวันวัน
นโยบาย ปราบฆ่า ด้วยอาวุธ..........ไม่อาจหยุด สงคราม ดั่งความฝัน
สันติภาพ จักเกิด บรรเจิดพลัน.........ถ้าร่วมกัน พร้อมใจ อภัยทาน
วันละมื้อ เสี่ยงตาย พอได้กิน..........อยู่ในถิ่น แดนก่อ ทรชน
ไม่หวังได้ ยศถา บรรดาศักดิ์...........ขอเป็นหลัก ใจไทยได้กุศล
...
นโยบาย ปราบฆ่า ด้วยอาวุธ..........ไม่อาจหยุด สงคราม ดั่งความฝัน
สันติภาพ จักเกิด บรรเจิดพลัน.........ถ้าร่วมกัน
เถร ขวาด :
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
กงจักร
เหมือนกงจักรหมุนไปไม่มีหยุด
เหมือนน้ำฉุดชีวาพา สลาย
เหมือนดินดึงกอดรั่งหวังทำลาย
เหมือนลมพลายสลายสิ่งทิ้งความงาม
เหมือนไฟหมุนรุนร่างอนาถร้อน
เหมือนมารซ่อนจิตกลั่วชั่วแอบแฝง
เหมือนมืดแอบแนบร้ายไม่แสดง
เหมือนดั่งแสงสว่างตาไม่น่าจริง
เหมือนกลับกลอกหลอกกลิ้งทุกสิ่งนั้น
เหมือนเสกสรรค์ปั้นให้กลัวตัวดีทุกสิ่ง
เหมือนจะร้ายแอบแฝงดีให้ดูจริง
เหมือนกลับสิงแสงร้ายในหมอกมัว
ดิน น้ำ ลมไฟ
ดิน ก่อ นรชนชีพไซร้
น้ำ นั้นก่อให้พืชพันธ์ผล
ลม แรงแห่งรักพัดได้ยล
ไฟ เปลวแสงแจ่มผลเคลื่อนโลกา
-----
ฟ้าอลังกาล
พรฟ้าประทีปแก้วพรเพริดเเพร้วดวงมณี
ส่องใสทาบทาสีงามสวยดีสีจับตา
ฟ้าเปลียนสีงามหลาย พริ้มพรายสุดประมา
สีเปลี่ยนเป็นธรรมมาบางเวลาฟ้าใสดี
บางที่ฟ้าหมองใหม้มองดูคลายจะเศร้าศรี
บ้างแสงฟ้าบันเจิดดีดลเกิดมีอลังกาล
ฟ้าสวยแสนเบิกใจแสงสรรใสสุรีย์ฉาน
ฟ้าหลายสีสุดตระการยากพบพานประสบเจอ
มณีน้ำหนึ่ง
แสง
แสงส่องสาดสกาวสว่างสวย
งามด้วยสีสันหวั่นใจเหลือ
หากแสงน้อยค่อยๆปิดมิดมืดเครือ
แสงระเรื่อลดลงคงมืดมัว
แสงสวยงามวามตาถ้าหลายสี
ทุกสีมีความสวยด้วยตนเอื้อ
สวยเพราะสีของตนดลใจเจือ
ช่างงามเหลือแสงมากหลายหลายดี
แสงเจ้าเอยสาดส่องสว่างเถิด
เงาไม่เกิดสว่างตาประภาแจ้ง
ลดเงาได้เท่าไรหมดเคลือบแคลง
มืดมีแสงสว่างดีชี้ความจริง
+เพียงแสงหนึ่ง+
+
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ปรองดองรักจริง
ปรองสองดวงใจร่วมดวงจิต
ดองหลากผูกมิตรจิตสดใส
รักสมัครสมานหมู่มวลญาติด้วยดวงใจ
จริงต้องจริงใจไร้บิดบัง
ปรองสองวงค์รักด้วยกันเถิด
ดองจิตประเสริฐสร้างสมทางหวัง
ผู้อุทิศให้มวลมิตรรวมพลัง
จริงธรรมชาติบังเกิดดั่ง..สุวรรณภูมิ
.เพียงแสงหนึ่ง.
.
ธรณีหนี้นี้หนีไม่พ้น.
ธรณีหนี้นี้หนีไม่พ้น
เพียงผู้คนหมุนกลับปรับกระแส
ร่วมรับรู้สู้ชะตาฟ้าผันแปร
เปลี่ยนกระแสยิ้มรับชะตารวม
ชะตาร้ายกลายดีสร้างจากดี
ชะตาหนี้สรรค์สร้างปรับปรุงทั่ว
ร่วมใช้หนี้ที่มีอยู่อย่างรู้ตัว
ชนะชั่วชนะโกรธพ้นโทษภัย
อณรรควี
...
..........
ยิ่งให้ยิ่งได้
ให้ความรักนำพาฟ้าบันเจิด
ให้ความรักก่อเกิดอย่าสลาย
ให้สองรักสมัครสมานมิรู้คลาย
ให้ใจกายชนสุขทุกวันคืน
ให้มวลประชาหน้าใสได้ความสุข
ให้ความสนุกสนานยิ่งทุกข์ถิ่นทั่ว
ให้ผู้ให้สมใจไร้ขุ่นมัว
ให้เพื่อนเกิดทุกถิ่นทั่วสุขสบาย
---ธุลีแดง---
.
.
วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
แสงสว่างกลางใจ
เสียอันใดไม่เท่ากับหมดเเรงใจ
ขอสู้ไปไฝ่ในทางแห่งสร้างสรรค์
เพื่อนมนุษย์หมดเเรง สร้างดี กัน
โลกก็พลัน ดับไป แห่งไฟ ธรรม
...ขอปราญช์ช่วยจรรโลงทางความดี
ผู้นำมีความใจธรรม ความถูกต้อง
ให้ไทยอยู่ โลกอยู่ คู่ ครรลอง
ความถูกต้อง ขององค์พระสัมมาฯ
-เพียงแสงหนึ่ง-
.
พร...พรหม
พรหมเทพเทวามาพิทักษ์
ช่วยปกปักป้องกันภัยทั้งหลาย
ขอผู้เสียสละทั้งใจกาย
ลมหายใจมอบไว้เเด่มวลชน
โปรดบังเกิดพรหมวิหารธารธรรม
...สู่จิตนำผู้ตัดสินให้เปี่ยมล้น
เมตตา กรุณาดวงใจดล
ให้หลุดพ้นอยุติธรรม ทั่วแดนไทย
ช่วยปกปักป้องกันภัยทั้งหลาย
ขอผู้เสียสละทั้งใจกาย
ลมหายใจมอบไว้เเด่มวลชน
โปรดบังเกิดพรหมวิหารธารธรรม
...สู่จิตนำผู้ตัดสินให้เปี่ยมล้น
เมตตา กรุณาดวงใจดล
ให้หลุดพ้นอยุติธรรม ทั่วแดนไทย
เพียงแสงหนึ่ง.
.
.
.
.
พุทธชาติทหารกล้า
นบน้อมพนมวาท
พุทธชาติทหารกล้า
รับบดินทร์ปิ่นธรรมา
พัทธสีมาวางดำรงค์
น้อมบัญชาพระจอมเดช
...แสนวิเศษปัญญาดล
ทหารกล้าพระทศพล
ดลกมลปรีชาชาญ
ให้สยามมีทางออก
พ้นกลับกลอกพญามาร
แสงธรรมผู้เบิกบาน
ส่งสืบสานทางอิสรา
-เพียงแสงหนึ่ง-
น้อมบัญชาพระจอมเดช
...แสนวิเศษปัญญาดล
ทหารกล้าพระทศพล
ดลกมลปรีชาชาญ
ให้สยามมีทางออก
พ้นกลับกลอกพญามาร
แสงธรรมผู้เบิกบาน
ส่งสืบสานทางอิสรา
-เพียงแสงหนึ่ง-
.
ชือนั้นสำคัญฉไน-ชืองามนามเพราะ
ชื่อ ..นำเอื้อนเอ่ยสมญา
นั้น.. นำจิตพาเกิดแก้ว
สำคัญ.. สิ่งมั่นคงแรงจริต
ฉไน ..เทพนิมิตรวิจิตรประสงค์
...ชื่อ.. บอกมุ่งมาตรปรารถนา
งาม .. รจนาวิจิตรสม
นาม ..วิลาสกิจบรรจง
เพราะ ..ดังดลเกษวิเศษดี
วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ผู้ปกป้องผองภัย
พรฟ้าเทวฤทธิ์ ดลมิตรทหารไทย
ขอให้มีความปลอดภัย ให้จิตใจไร้ทุกข์ทน
อย่าได้พบมารร้าย พรป้องกายไม่สับสน
รั้วของชาติวีรชน ผู้หมองหม่นสุขสราญ
พรธรรมะแห่งราชาส่งผู้กล้าสว่างล้น
เพื่อนไทยพ้นทุกข์ทนห้วงไห้ร้องครวญคลาย
พรพระพุทธะแสนประเสริฐใสบังเกิดวิเศษแสง
ผู้ปกป้องได้พลิกแผลงจากภัยร้ายให้กลายดี
-เพียงแสงหนึ่ง---
วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ตามหาจนเจอ
มีคนบอกประชาธิปไตยแท้จริงนั้นไม่มี
ยิ่งเป็นที่กังวลและสงสัย
แล้วเสื้อแดงเขามากันทำไม
ให้หม่นไหม้ใจเราเศร้าสิ้นดีี
มาได้รู้ว่าเป็นคำแทนหัวใจอิสระ
รู้ภาวะตัวตนคนจนนี้
ไม่เที่ยมเท่าคนมากมูลเงินมี
ซึ่งเสรีเมืองไทยนี่แบ่งที่รวย
คนจนร้อยคนนั้นไม่เท่ากัน
กันคนรวยสวยหรูสง่าศรี
แต่....คนจนก็คงรู้กันเสียที
ว่าไทยนี้เสียงเสรีไม่มีจริง
แต่เมื่อเวลาชวนประชาไปเลือกตั่ง
ช่างดูต่างจากจิตคิดน่าบัดสี
ไหว้ทั้งกราบแม้ขอทานทั่วธานี
ช่วยหน่อยพี่ช่วยไปไปใช้สิทธิกัน
น่าจะบอกไปซะเลยไม่มีสิทธิ
ทำแค่พิศพิธีลวงแค่เท่านั้น
ถึงเวลาพาเหลืองแดงไปตายกัน
ช่างน่าขันเมืองไทยไม่มีธรรม
------------------------------
*ทนเอาหน่อยเกิดมาแล้ว
สว่าง
วิญวีระชนคนไทยผู้สูญสิ้น
เลือดทาดินราชประสงค์ผู้อาจหาญ
เทพทุกทิศสนิทแท้แน่ทุกกาล
เป็นพยานผู้ยากไร้น้ำตาริน
เทพจากฟ้าเทพาปวเรศ
ทิพเนตรผู้ประทานพรทุกทั่วถิ่น
พรหมทุกทั่วทุกพระองค์วงศ์นรินทร์รอยลยินเบญจเทพ พาติดตาม
ทิพญาณวีรชนจะทวงถาม
ทุกโมงยามทุกทั่วคนลงดลยิ่ง
ท่านผู้นำจะเมตตา หาความจริง
ผู้ตั่งจิตเรียกร้องสิ่งความเป็นธรรม
ชาวประชามาสูญเสียที่ราชประสงค์
สิ้นชีพลง ส่งสังเวยแห่งอำนาจ
เพียงคำขอ เรียกร้องรอ ..ยุบสภา
ดลดวงตาท่านผู้นำสว่างตาม
ดลให้หู ท่านผู้นำให้ยล เถิด
เมตตาเกิดในใจท่านทั้งหลาย
ว่าพี่น้องแม้คนจน ที่มาตาย
ชีพมลายมีความหมายสักเท่าไรธุลีแดง...
แด่ผู้สูญเสีย
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
หยุด
หยุดเยอะเยียดย่ำเย้ย
เยี่ยงอย่างยิ่งใหญ่หยุดยั้ง
ยิ่งหยามหยันยุแย่ยืดยาว
หยุดยอมอย่างยิ่งยศยงเย็น
-เพียงเเสงหนึ่ง-
เยี่ยงอย่างยิ่งใหญ่หยุดยั้ง
ยิ่งหยามหยันยุแย่ยืดยาว
หยุดยอมอย่างยิ่งยศยงเย็น
-เพียงเเสงหนึ่ง-
วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
มุทิตา
พลอย ประกายแสงแห่งบารมี
ยิน เสียงฟ้ากัมปนาทกึกก้อง
ดี กันเถิดหนาพี่น้องไทยเอย
.................................................
.
พลอยยินดี
พลอยยินดี กับนักปราชณ์ราชบัณฑิต
พามวลมิตร พึ่งปัญญาแห่งตัวท่าน
ความอยุติธรรม จงสลายมลายพลัน
แสงประทีป ส่องชีวันชนชาวไทย
พลอยยินดี กับเศรษฐีผู้มีบุญ
ผู้มีคุณ เเห่งพุทธะ นำสดใส
ให้บุญญา เเห่งชนทั้งหลายสว่างใจ
ได้แสงใหม่ เเม้น้อยนิดก็แสนดี
ขอท่านเปิด ดวงเนตรแห่งพุทธะ
นำธรรมะสู่ ประชาแสนสุขขี
เภทภัยร้าย ทั้งหลายอย่าได้มี
ประชาชี ยากไร้ได้เงาบุญ
.
พลอยยินดี
พลอยยินดี ที่พ้องเพื่อนมีความสุข
ขอหมดทุกข์ ไร้โรคคาให้หน้าใส
ที่หมดลม ท่านทั้งหลายขอให้ไป
สุดสวรรค์ วิเศษใดตามใจตน
ที่ลำบาก ขอให้ท่านพบเเสงทอง
ได้พบสุข สมปองตามมุ่งหมาย
ที่เขาขัง มีพลังในใจกาย
มี่กำลัง ทั้งสบายในบัดดล
พลอยยินดี กับธรรมะที่บังเกิด
สุดประเสริฐ ในโลกล่าทั่งโกศรี
แสงพุทธะ ประทีปน้อยทับทวี
เป็นแสงที่ สว่างล้ำนำโลกเอย
อุเบกขา
ปล่อย...หัวใจลอยไปกับเสรี
แต่ขอให้ใจคงที่ธรรมตั่งมั่น
ไม่ปล่อยให้ความโกรธหลงโทษกัน
โลภกลัวนั้นทำหัวใจให้ขุ่นมัว
วางหัวใจของเราให้ตรงกลาง
ขอเป็นทางให้คนไทยไร้ทุกข์ทั่ว
วางดวงใจไว้สันติมิขลาดกลัว
แต่ไม่มัวทำร้ายกันพี่น้องไทย
เฉยกับความอยากได้และใคร่มี
เฉยกับการทำความดีอยากสมฝัน
เฉยกับรสแห่งอำนาจหากได้มัน
เฉยกับทุกข์เวทนานั่น รักษาใจ
แต่ไม่ปล่อยให้คนไทยไร้ธรรมะ
ไม่ปล่อยพระศาสนาวุ่นหวั่นไหว
ไม่ปล่อยให้ไทยหลงผิดติดอบาย
ไม่ปล่อยให้ชาติไทยสลายลง
ไม่วางทิ้งหน้าที่ในสังคม
ไม่วางลงในจรรยาศีลทั้งหลาย
ไม่วางว่าตัวเราทำอะไร
ไม่วางใจคิดประมาททาสสงคราม
ไม่เฉยในลูกเล็กและบุตรหลาน
ไม่เฉยในการสร้างสานบ้านสดใส
ไม่เฉยในพระธรรมแสนอำไพ
ไม่เฉยในพระรัตนตรัย สว่างพลัน
-เพียงแสงหนึ่ง-
.
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
รัตนตรัยในใจชน
รัตนตรัย สว่างแล้วแพรวดารา
พระพุทธานุภาพประจักรยิ่ง
พระธรรมแสนสุดล้ำประเสริฐจริง
พระสงฆ์ยิ่งแห่งบุตรพุทธะ ดล
ให้ความกรุณายิ่งปรากฏ
ผู้นำลดกิเลสร้ายอบายสิ้น
ช่วยผู้ยากรับทุกเข็ญได้ยลยิน
เกิดพรหมมินทร์สถิตย์ล้ำนำจิตใจ
ความถูกต้องให้ได้มีและประจักษ์
ให้ความรัก รักษาใจผู้มุ่งหมาย
ปราญช์ใจพุทธอย่าได้หมด ให้เทอดไท
เภทโพยภัยได้สลาย ...บังเกิดธรรม
.เพียงแสงหนึ่ง.
.
จักรธรรม
สว่างยิ่งบารมีองค์จักรีกำจรเดช
เทพไทแห่งเทเวศดำรงค์เดชผู้ครองธรรม
มหากษัตราทิพยา พุทธเทพา ประเสริฐล้ำ
เกริกก้องจักกฤษนำ ผดุงธรรมความเสรี
ปกป้องมวลประชา แสงทิพย์ทาสง่าศรี
กราบก้มพระภูมีให้ไพรีพ้นอันตราย
เอกบุรุษผู้แรงกล้าจิตธรรมาผู้ติดตาม
รากแก้วแห่งพระธรรมสว่างล้ำนำกมล
บารมีพระพุทธะเป็นสรณะประสิทธิล้น
นำประชาและมวลชนให้หลุดพ้นชนใจพาล
..เพียงแสงหนึ่ง..
วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ประเสริฐล้ำ
ธรรมชาติสรรค์สร้าง...ประเสริฐล้ำ
ตัวเราดีร้าย...อันใดหนา...
ผลแห่งเหตุของมันจะตามมา
ในไม่ช้าคงปรากฏ ปลดเปลื้องจริง
เกินอันใดที่ไม่น่าจะบังเกิด
ผู้ประเสริฐจะประกาศข้อสงสัย
เหตุแห่งทุกข์และดับทุกข์ไทสบาย
เพื่อนทั้งหลายได้คลายอาลัยลง
ความเปลี่ยนแปลงอันใดไม่คงที่
ส่งความดีครอบคุมจิตทั้งหลาย
ภัยพิบัติคณานับคงมลาย
ชนทั้งหลายสุขใจกายไม่หม่นมัว
-เพียงแสงหนึ่ง-
วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554
กิเลส
รัก ---------- สร้างความหวังพลังจิต
โลภ------------- นำชีวิตวุ่นวายทั่ว
โกรธ --------- กริ้วชิวหาพาหม่นมัว
หลง ------------วกวนมัว ตัว เกิด มี
------------เพียงแสงหนึ่ง-
.
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เวลา (timeline)
ร้อย ความรักถักทอเกิดก่อจิต
พัน มวลมิตรมวลประชาสง่าศรี
หมื่น ความเมตตาแสนปราณี
แสน ทุกข์นำเกิดมีสุขสำราญ
ล้าน คำบรรยายให้หนักจิต
โกฏิ เกิดดับแห่งทุกข์ร่วมสุขศานต์
กัปป์ ห้วงแห่งความเป็นอนันตกาล
กัลป์ ด่ำดิ่งห้วงนฤพานศานติธรรม
-เพียงแสงหนึ่ง-
ศาสนาพราหมณ์กำหนดยุคของโลกไว้ ๔ ยุคพัน มวลมิตรมวลประชาสง่าศรี
หมื่น ความเมตตาแสนปราณี
แสน ทุกข์นำเกิดมีสุขสำราญ
ล้าน คำบรรยายให้หนักจิต
โกฏิ เกิดดับแห่งทุกข์ร่วมสุขศานต์
กัปป์ ห้วงแห่งความเป็นอนันตกาล
กัลป์ ด่ำดิ่งห้วงนฤพานศานติธรรม
-เพียงแสงหนึ่ง-
แต่ละยุคมีเวลาซึ่งเรียกว่า สนธยา และ สนธยางศะ
ยุคทั้ง ๔ มีดังนี้ค่ะ
๑)กฤตยุค ๔,๐๐๐ ปีสวรรค์
สนธยา ๔๐๐ ปีสวรรค์
สนธยางศ์ ๔๐๐ ปีสวรรค์
รวม ๔,๘๐๐ ปีสวรรค์
๒)ไตรดายุค ๓,๐๐๐ ปีสวรรค์
สนธยา ๓๐๐ ปีสวรรค์
สนธยางศ์ ๓๐๐ ปีสวรรค์
รวม ๓,๖๐๐ ปีสวรรค์
๓)ทวาปรยุค ๒,๐๐๐ ปีสวรรค์
สนธยา ๒๐๐ ปีสวรรค์
สนธยางศ์ ๒๐๐ ปีสวรรค์
รวม ๒,๔๐๐ ปีสวรรค์
๔)กลียุค ๑,๐๐๐ ปีสวรรค์
สนธยา ๑๐๐ ปีสวรรค์
สนธยางศ์ ๑๐๐ ปีสวรรค์
รวม ๑,๒๐๐ ปีสวรรค์
เมื่อคิดเป็นปีมนุษย์ ๑ ปีมนุษย์เท่ากับ ๑ วันสวรรค์ นับทางจันทรคติ ๑ ปีมี ๓๖๐ วัน ดังนั้น
กฤตยุค มี ๔,๘๐๐ ปีสวรรค์ เท่ากับ ๑,๗๒๘,๐๐๐ ปีมนุษย์
ไตรดายุค มี ๓,๖๐๐ ปีสวรรค์ เท่ากับ ๑,๒๙๖,๐๐๐ ปีมนุษย์
ทวาปรยุค มี ๒,๔๐๐ ปีสวรรค์ เท่ากับ ๘๖๔,๐๐๐ ปีมนุษย์
กลียุค มี ๑,๒๐๐ ปีสวรรค์ เท่ากับ ๔๓๒,๐๐๐ ปีมนุษย์
สี่ยุครวมกันได้ ๑๒,๐๐๐ ปีสวรรค์ หรือ ๔,๓๒๐,๐๐๐ ปีมนุษย์ เรียกว่า ๑ มหายุค
๑,๐๐๐ มหายุค เท่ากับ ๑ วัน ๑ คืน ของพระพรหม ซึ่งพราหมณ์เรียกว่า ๑ กัลป์ หรือ ๑ กัป
ส่วนไตรภูมิพระร่วงบอกว่าให้นับจาก ๑ มหากัปคือระยะเวลาระหว่างที่โลกธาตุหรือสกลจักรวาลเกิดและแตกดับไปคราวหนึ่งๆ ๑มหากัปนี่แบ่งเป็น ๔ อสงไขย
อลงไขยที่ ๑ คือระยะเวลาที่โลกถึงแก่ประลัยเพราะไฟน้ำลมมาล้างให้หมดสิ้น
อสงไขยที่ ๒ คือระยะเวลาที่โลกธาตุทั้งหลายพินาศแล้ว ยังมีแต่ความว่างเปล่าอยู่
อสงไขยที่ ๓ เป็นระยะเวลาที่โลกธาตุเกิดใหม่
อสงไขยที่ ๔ คือระยะเวลาที่โลกธาตุมีขึ้นจนกว่าจะถึงกาลประลัยอีก
เวลาของ๑ มหากัป โบราณท่านอุปมาไว้ว่า ภูเขาลูกหนึ่งสูงได้โยชน์หนึ่งวัดโดยรอบได้ ๓ โยชน์ถึงร้อยปีเอาผ้าทิพย์อ่อนบางดังคววันมากวาดภูเขานั้นแต่ละคาบเมื่อใดภูเขานั้นราบดังแผ่นดินจึงเรียกว่า ๑ มหากัป
ในไตรภูมิพระร่วงยังแบ่งมหากัปออกเป็น สุญกัป คือกัปว่างที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัส และพุทธกัป คือกัปที่มีพระพุทธเจ้ามาตรัส พุทธกัปมีดังนี้ค่ะ
๑) สารกัป มีพระพุทธเจ้ามาตรัส ๑ องค์ คือพระพุทธโกณฑัญญะ
๒)มัณฑกัป มีพระพุทธเจ้ามาตรัส ๒ องค์ คือพระติสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธปุสสะ
๓)วรกัป มีพระพุทธเจ้ามาตรัส ๓ องค์ คือ พระพุทธอโมทัสสี พระธรรมทัสสี และพระปิยทัสสี
๔)สารมณฑกัป มีพระพุทธเจ้ามาตรัส ๔ องค์ คือพระตัณหังกร พระเมธังกร พระสรณังกร และพระทีปังกร
๕)ภัทรกัป มีพระพุทธเจ้ามาตรัส ๕ องค์ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์พระกัสสปะ พระสมณโคดม (ปัจจุบันนี้) และจะมาตรัสภายหน้าคือพระศรีอาริยเมตไตรค่ะ
ตำราเค้าบอกว่า เฉพาะภัทรกัปนี้มีเวลานานถึง๒๓๖ ล้านปี ตอนนี้น่าจะผ่านมาแล้ว ๑๖๙ ล้านปี ยุคของพระสมณโคดมของเรานี่ทางคัมภีร์ว่ามีระยะเวลาเพียง ๕,๐๐๐ ปี ก็เหลืออีกไม่ถึง ๒,๕๐๐ปีจะสิ้นยุคของพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๔ ที่เหลือก็ยุคของพระศรีอาริย์น่ะค่ะ
กลียุคของศาสนาพราหมณ์เริ่มเมื่อ ๒,๕๖๐ ปีก่อนพุทธกาล ปัจจุบันนี้พ.ศ.๒๕๕๐เท่ากับกลียุคได้ล่วงไปแล้ว ๕,๑๑๐ ปี กลียุคทั้งหมดมีเวลา ๔๓๒,๐๐๐ ปีล่วงไปแล้ว ๕,๑๑๐ ปี ก็เหลืออีก ๔๒๖,๘๙๐ ปีจึงจะถึงวันสิ้นโลกตามทฤษฎีทางศาสนาพราหมณ์ค่ะ
จากคุณ :หนอนดาวเรืองreferrelative="t" path="m@4@5l@4@11@9@11@9@5xe" filled="f" stroked="f"> ath o:extrusionok="f" gradientshapeok="t" o:connecttype="rect"/> <!--[if !vml]-->[IMG]file:///C:/DOCUME%7E1/Factory1/LOCALS%7E1/Temp/msohtml1/01/clip_image001.gif[/IMG]<!--[endif]-->- [ 13 ต.ค. 50 01:03:25 ]>>
จากคุณ ชายเสรี
http://board.palungjit.com/f14/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C-96207.html
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ประชาชนสมหวัง
หยาดน้ำตากี่หยดไหลหลั่งริน
สร้างแผ่นดินสืบมาในทุกข์ยาก
สร้างมั่นคงดำรงค์ด้วยลำบาก
สร้างให้งามและะสร้างซากตลอดมา
ขอแสงทองทาฟ้าทั่วสยาม
ให้ความงามของน้ำใจได้เกิดหนา
ให้ความยุติธรรมแห่งธรรมมา
ช่วยเปิดฟ้าสว่างใจไปนิรันดร์
----------เพียงแสงหนึ่ง------------
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เสียง แสง สี
เสียงสายน้ำไหลหลากพรากความรัก
เห็นประจักแจ้งจริงสิ่งทั้งหลาย
ว่าวันใดวันนึงต้องมลาย
สูญสลายให้เร่งหวลใคร่ครวญกัน
แสงไฟในแววตาช่างอาฆาต
แปลกประหลาดวิปริตจิตสับสน
หากไม่เห็นสิ่งผ่านมาไว้เตือตตน
นิมิตรดลหนทางธรรมรนำสิ่งดี
สีชาดฉาบกรากเกลื่อนช่างน่ากลัว
เงาสลัวอาจมืดลับดับความฝัน
เปิดประตูรับแสงแจ้งตามกัน
พบสวรรค์แห่งจิตธรรมนำในใจ
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
แสงทองเรืองรองใส
เรืองแรงแสงระวี
ส่องปฐพีเพื่อเกื้อกูล
ชีวิตสัตว์มากมูล
ทั้งพืชพันธุ์ธัญญาหาร
เรืองแรงแสงพระธรรม
ส่องโลกนำจิตชื่นบาน
สัตว์โลกทุกข์ทรมาน
พึ่งพระธรรมนำสุขมา
แสงเอ๋ยแสงทอง
เรืองรองรัศมีใส
รุ่งอรุญหมุนมาคราใด
ปลุกใจชุ่มชื่นคืนพลัง
สุริยายังอยู่คู่โลก
อย่าโศกเศร้าสลดหมดหวัง
แม้กอบการกิจผิดพลั้ง
ขวัญยังดีอยู่สู้ใหม่เอย
อ.ฐะปะนีย์ นาครทรรพ
....................................
วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
รัศมีแสงแห่งรัตนะ
แสนประเสริฐเลิศล้ำธรรมนำจิต
ให้ได้คิดละช้วตัวเราหนา
ขอติดตามพระธรรมในราชา
กษัตราชินสีห์มณีตรัย
ผู้ประเสริฐพิสุทธดุจดังเพชร
คุณวิเศษเหตุแห่งดีกว่าสิ่งไหน
รัศมีแสงแห่งพระรัตนะตรัย
สว่างในใจข้านี้ผู้มีกรรม
----เพียงแสงหนึ่ง---
ให้ได้คิดละช้วตัวเราหนา
ขอติดตามพระธรรมในราชา
กษัตราชินสีห์มณีตรัย
ผู้ประเสริฐพิสุทธดุจดังเพชร
คุณวิเศษเหตุแห่งดีกว่าสิ่งไหน
รัศมีแสงแห่งพระรัตนะตรัย
สว่างในใจข้านี้ผู้มีกรรม
----เพียงแสงหนึ่ง---
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
แสงของรุ้ง
รุ้งทอแสงลงมาจากอากาศ
เห็นได้ยากหากละอองไม่กรองแสง
รวมได้เห็นสีส่องของรุ้งเเรง
ว่าส่งเเสงให้เห็นละออตา
รุ้ง งดงาม วามวับจับเจ็ดสี
ให้ได้มีสีครบจบรับแสง
องค์ประกอบไม่ครบไม่แสดง
อย่าแสวงหาดูไม่รู้เอย...
---------เพียงแสงหนึ่ง----------
เห็นได้ยากหากละอองไม่กรองแสง
รวมได้เห็นสีส่องของรุ้งเเรง
ว่าส่งเเสงให้เห็นละออตา
รุ้ง งดงาม วามวับจับเจ็ดสี
ให้ได้มีสีครบจบรับแสง
องค์ประกอบไม่ครบไม่แสดง
อย่าแสวงหาดูไม่รู้เอย...
---------เพียงแสงหนึ่ง----------
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



























